เฮ้ย!! iPhone 3G ถูกไม่จริงนิหว่า !?

กรกฎาคม 4, 2008

(จาก ilounge.com) ตามที่ Apple เคยประกาศข่าวถล่มราคา iPhone 3G ที่จะออกมาใหม่ในวันที่ 11 กค. ที่จะถึงนี้ว่าจะมีราคาเพียงแค่ $199 (ประมาณ 6,000 กว่า บาท) ล่าสุดทาง AT&T ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม สำหรับราคา iPhone 3G ใน USA แล้ว

โดยรุ่น 8GB จะมีราคา $199 และรุ่น 16GB จะมีราคา $299 (ประมาณ 10,000 บาท) แต่……

ราคาที่ว่านั้นน่ะ … เฉพาะสำหรับคนที่เคยซื้อ iPhone ก่อนวันที่ 11 กรกฎาคม และจะต้องต่อสัญญาใหม่กับ AT&Tเป็นเวลา 2 ปี หรือเป็นคนที่ได้รับสิทธิ์ส่วนลดในการอัพเกรดเท่านั้น (คาดว่า น่าจะหมายถึง ลูกค้าเก่าของ AT&T แต่ไม่ได้ใช้ iPhone)

สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์ส่วนลด และจะเปิดสัญญาใหม่เป็นเวลาสองปี จะซื้อรุ่น 8GB ได้ในราคา $399 (13,300 บาท) และรุ่น 16GB ราคา $499 (16,600 บาท) ซึ่งก็เท่ากับราคาของ iPhone รุ่นแรกนั่นแหละ

สรุป ถ้าเข้าเมืองไทยจริง ราคาคงยังเท่าเดิม แถมอาจจะแพงกว่า รุ่นแรกอีก …. อุอุ

อ้างอิงจาก :iPhone 3G $399-$699 U.S. price options, 8AM launch announced

Advertisements

[นอกเรื่อง] มาดมแก๊สกันต่อ… 2

กรกฎาคม 3, 2008

วันรุ่งขึ้นเป็นวันจันทร์ ก็จัดการเดินรถไปขนส่ง เพื่อแจ้งเปลี่ยนประเภทเชื้อเพลิงในทะเบียนรถ (ถ้าไม่แจ้ง แล้วโดนจับ จะเสียค่าปรับประมาณ 2 พันบาทเห็นจะได้) ไปถึงกรมขนส่งตั้งแต่ 9 โมง (ตั้งใจจะไปเช้ากว่านี้ แต่บังเอิญมัวแต่ชิลๆ + แวะกินข้าว)

เลยเจอปัญหาดังรูป รถต่อคิวกันยาวเชียว เห็นหัวขบวนอยู่ไกลๆ (ว่าจะถ่ายตอนที่ตรวจสภาพด้วย แต่เจ้าหน้าที่มันมองตาขวางๆ เหมือนว่า จะถ่ายรูปมันไปทำไม+พูดจาไม่รับประทาน ถามอะไรก็ไม่ตอบ ตรวจเสร็จก็ไล่ให้ไปหาที่จอด (พูดแบบมันรู้เรื่องอยู่คนเดียว) สุดท้ายเลยไม่ได้ถ่ายอะไรมาเลย

กว่าธุระจะเสร็จ ก็ปาไป 11 โมง (เทพๆ ทำงานกันทั้งนั้นเลย – -‘)


[นอกเรื่อง] มาดมแก๊สกันต่อ…

กรกฎาคม 1, 2008

อ่านเรื่องแก็สมาตอนหนึ่งแล้วมาเจอเรื่องเกี่ยวกับแก็สต่อกันอีกตอน บางคนอาจจะนึกว่า ผมคงเลิกเขียนทิปเกี่ยวกับแมคไปซะแล้ว

ขอบอกว่า ยังครับ …. เพียงแต่ว่า … ยังไม่หายเห่อกับ รถติดแก็ส ครับ คงต้องทนอ่านเรื่องแก็สไปอีกหลายวัน … อุอุ

สรุป เรามาดมแก็สกันต่อดีกว่านะครับ …. อิอิ

รุ่งขึ้นจากวันศุกร์ (ผมเขียนอัพเดจช้าไปประมาณ 2 วัน) เอารถไปเปลี่ยนน้ำมัน หลังจากที่ถามได้ความจากพ่อว่า ไม่ได้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องมาเกือบๆ ครึ่งปี (คาดว่า ลากเกินหมื่นโลไปแล้ว -_-‘) ไปถึงร้านขายอุปกรณ์รถยนต์เกือบพอดีกับที่ร้านจะเปิดนิดหนึ่ง คนไม่ค่อยเยอะเลยมีเวลาเลือก หลายๆ ยี่ห้อ หลายๆ แบบ จนไปสะดุดตาโลโก้ NGV บน Semi Synthetic ของ ปตท. (พลังไทยเพื่อ….. – -‘)

ตัวฉลากบอกเลยว่า สำหรับรถที่ติดแก็สโดยเฉพาะ รวมๆ กับสอบถามจากคนขาย ได้ความว่า จริงๆ แล้วไม่ค่อยต่างจาก Semi Synthetic เท่าไร เพียงแต่ผลิตมาให้รับกับเครื่องยนต์ที่ทำงานหนัก เพราะกินแก็สเป็นอาหาร ตัวน้ำมันทนการระเหยเพราะความร้อนสูง เลยเอาวะ … ลองของใหม่เลย ราคา 450 บาท แพงกว่าแบบปกตินิดหนึ่ง รวมๆ กับ ไส้กรองอีก 80 บาท จ่ายเงินเสร็จแล้วก็หันหัวรถไปอู่ให้ช่วยเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเลย (อู่เป็นของคนที่รู้จักกับพ่อผมเองครับ เลยช่วยค่าแรงในราคากันเอง)

พอเปลี่ยนน้ำมันไปได้พัก เห็นเลยว่า น้ำมันเครื่องออกมา ดำปิ๊บๆ แถมช่างที่เปลี่ยนบอกว่า น้ำมันเครื่องซึมออกมาก้นเครื่องด้วย -___-‘  (กำ … ไม่รู้ว่า เป็นเพราะ ที่บ้าพลังเหยียบไป 170 กม./ชั่วโมง เมื่อวันก่อนหรือปล่าว หรือว่า แผลเก่าน้ำมันเครื่องซึมเมื่อปีที่แล้วหว่า … น้องๆ ที่กำลังจะเปลี่ยนรถเป็นแก็ส ไม่ควรเอาเป็นตัวอย่างนะครับ)

เมื่อเอามาลองวิ่ง รู้สึกได้ทันทีเลย ว่าเครื่องยนต์ทำงานโหลดน้อยลง (แน่ซิ น้ำมันเก่าดำซะขนาดนั้น) เสียงเครื่องยนต์เงียบลงไปเยอะเลยครับ

จบวันที่ 2 วิ่งไป 162 กม. หมดแก็สไป 14.9 ลิตร หมดตังค์ค่าเติมไป 165 บาท ตกกิโลเมตรละบาท


[นอกเรื่อง] เติมน้ำมันทีอยากจะเป็นลม…หนีไปดมแก๊สดีกว่า

มิถุนายน 30, 2008

หายไป 2-3 วัน แบบว่า แอบหนีไปติดแก็สมาครับ เลยค้างเรื่องเกี่ยวกับ format ของ HDD ไว้ ตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสก่อน ก็เลยขอยกยอดเอาไว้ก่อน เพื่อที่จะได้เขียนถึงประเด็นร้อนเรื่องติดแก็สครับ แบบว่า เจ้าของรถมันยังเห่ออยู่ (แต่นี่มันเว็บแมคทิปไม่ใช่หรอ ?)

เมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากที่คิดหนัก นอนเอาตีนก่ายหน้าผาก นั่งก็เอามาก่ายหน้าผาก ทำใจมาเป็นอาทิตย์ ตัดสินใจไม่ถูกว่า ติดดี ไม่ติดดี ติด LPG ดี หรือ NGV ดีหว่า ติดระบบหัวฉีด หรือ Mixer ดีหน้อ ติดอู่ไหนดีหว่า ยี่ห้อไหนดีเน้อ ปวดขมับ คัดจมูก น้ำมูกไหล วิงเวียน คันศีรษะ ทาถูๆ ทำงานบ้าง อู้งานบ้าง คิดไปเรื่อย ถ้าเป็นเจ้านายเอง คงอยากจะเดินมาตบกะบาลให้แยกเป็น 4 ส่วนเท่าๆัน

สุดท้ายก็ตกลงตัดใจเอารถคู่ใจไปติดแก็สเสียที ตัดสินใจฟันธงแบบไม่ต้องเอาหมอรักษ์ หรือหมอหยองมาฟันธง เอาเป็น LPG แบบหัวฉีดเนี่ยแหละ แถมบังเอิญพี่ชายแฟนเพิ่งจะเอารถไปติด ร้านที่อยู่แถวๆ ออฟฟิตพอดี ดูจะราคาและสภาพอู่ พอรับ เลยเอาไปทิ้งไว้ที่อู่ไว้ตอนเช้าวันพุธ นั่งรถเมล์เล่นอยู่เกือบๆ 2 วัน บ่ายแก่ๆ วันพฤหัส ที่อู่โทรมาแจ้งว่า เสร็จแล้ว …. เย้ แต่ไปเอารถจริง ตอนสายๆ วันศุกร์

คอมโบแก็สที่ติดตั้งบนรถผมนี่เป็นชุดของเกาหลี อันยองฮาเซโย…อาเฮียนั่งยองยองชักกะเย่อกับพัดลมซันโย (อิอิ) ของ HANA ทั้งชุด ที่เลือกเพราะว่า ซีรีย์หนังเกาหลีทางช่อง 7 อย่าง คอฟฟิี่ปริ้นส์ กะ ยายแม่มด กำลังมาแรง…เอ้ย… ไม่ใช่เว้ย เพราะว่า รถที่ใช้อยู่ เป็น TOYOTA ซึ่งเป็นรถญี่ปุ่นต่างหาก เลยกะว่า น่าจะเข้ากับอุปกรณ์ของเกาหลีได้มากกว่า ยี่ห้อ V ยี่ห้อ A ของไอ้เลี่ยน (แอบไม่ชอบอิตาลี เพราะเล่นอุด เอามาติดรถเราคงไม่ลื่นไหล ตกรอบยูโรไปซะได้ก็ดี … อิอิ)

ทั้งระบบของแก็สมาจากเกาหลีหมดเลย
(ด้านบนสุดจะเห็นกรองแก็สกับหม้อต้มของ HANA อยู่
ที่ครอบลงไปบนหัวฉีดเป็นหัวจ่ายของ HANA เช่นกัน)
ยกเว้นถังแก็สมัลติวาร์วที่เป็นของสยามมิตรไทยแลนด์

ไปถึงอู่ยังใช้แก็สกับรถไม่ได้เลย เพราะที่อู่ติดแก็สให้จริงๆ คือ ติดอย่างเดียว ไม่ได้เติมให้ ต้องขับไปเติมเอง ที่ปั้มในซอยอ่อนนุช พร้อมแถมเด็กที่อู่นั่งไปด้วยอีกหนึ่งคน (กันเราเบี้ยวขับรถหนีไปเลย) เติมแก็สเต็มถังตกราวๆ 500 กว่าบาท (ถังเป็นแบบ 58 ลิตร เติมเต็มได้ประมาณ 50 ลิตร เพราะหัววาร์วจะตัดไม่ให้ติดมากกว่านี้ เพื่อความปลอดภัย ส่วนค่าแก็สเทียบเป็นน้ำมัน คงตกเกือบๆ 2 พัน เจ้าของรถคงได้ช็อคตายคาหัวจ่าย) หลังจากนั้นก็กลับมาทำการจูนระบบที่อู่ โดยเจ้าของอู่ คุณหนึ่งเป็นคนลงมือจูนเองเลย

จะเห็นว่าเครื่องมือจูนวางอยู่บนหัวฉีดรถโตโยต้าผมนะ

ใช้เวลาจูน+ไล่เช็คฟองอากาศรั่วของแก็สประมาณครึ่งชั่วโมงก็เรียบร้อย
รอวิศวกรมาตรวจสอบ รวมออกใบอนุญาติ ก็เกือบๆ บ่าย ก็ได้ฤกษ์เอารถออกไปซิ่งซะที

วิ่งออกทางพระราม 9 ไปทางสนามบินสุวรรณภูมิ ความประทับใจแรก อัตราเร่งแทบจะไม่แตกต่างเลย เร่งความเร็วสูงสุดขึ้นไปได้เกือบๆ 170 กิโลเมตร (มารู้เอาตอนหลังว่า จริงๆ ไม่ควร เพราะเครื่องยนต์จะทำงานหนักมากๆ – -‘) สรุปวันแรกที่ได้รถมาประทับใจ มันเยี่ยมมากๆ เลยจอร์จ


Format ของ Harddisk กับปัญหาเพื่อนร่วมโลกคอมพิวเตอร์

มิถุนายน 26, 2008

วันนี้มีน้องที่ออฟฟิคคนหนึ่งเดินหน้าหงุดหงิดมาหาผมที่โต๊ะเลย แล้วบอกว่าเครื่อง PC มองไม่เห็น External Harddisk ตอนแรกไอ้เราก็นึกว่า เกิดเรื่องอีกแล้ว พอร์ต USB ท่าจะเจ๊งอีกแล้ว แต่พอเช็คไป เช็คมา เอ … Harddisk ตัวนี้มันมาจาก OSX นิหน่า ว่าแล้วก็รู้ปัญหาเลยครับ

ปัญหาก็คือ Harddisk ตัวที่ว่านี้ ถูก format เป็นแบบ Mac OSX journal () เลยทำให้ Windows มองไม่เห็น Drive นั้นเอง

เอาล่ะ ทีนี่จะทำยังไงดี ? …. เอาล่ะครับ
เราลองมาดูไอเดียที่จะแก้ไขปัญหาเพื่อนร่วมโลก(คอมพิวเตอร์)นี้เอง
(ต่อไปจะขอย่อคำว่า “Harddisk” ว่า HDD แทนนะครับ)

วิธีแรก Format HDD ให้เป็น Format แบบ FAT 32
วิธีนี้จะเวิร์คแบบสุดๆ ถ้า HDD ของเรามีขนาดไม่ใหญ่มาก ประมาณไม่เกิน 30 GB

ข้อดีคือ ไม่ว่าเราจะเอาไปต่อที่เครื่องคอม ไม่ว่า Windows หรือ Mac ก็จะมองเห็น HDD ตัวนี้ได้โดยทันทีแต่
ข้อเสียคือ เราไม่สามารถที่จะตั้งขนาดของ Drive ได้สูงสุดไม่เกิน 32 GB และไม่สามารถเขียนไฟล์ที่มีขนาดมากกว่า 4 GB ลงไปได้
* กรณีกำหนดขนาด Drive ได้ไม่เกิน 32 GB เราอาจจะแก้ปัญหาได้โดยแบ่งเป็น partition ย่อยๆ อย่างเช่น HDD ขนาด 60 GB เราอาจจะแบ่งมันออกเป็น 2 partition (partition ละ 30 GB) แต่วิธีนี้อาจจะไม่สะดวกนัก ถ้า HDD ใหญ่มากๆ เช่น 1 TB (1000 GB) เราจะต้องแบ่งมันย่อยออกเป็น 1000/30 = ประมาณ 34 partition -___-‘

สรุป วิธีนี้จะเวิร์ค ถ้าเราใช้ HDD ที่มีขนาดที่ไม่เกิน 80 GB (ในความคิดผม คือ แบ่ง HDD ออกเป็น 3 partition = 30/30/20 GB แต่ใครอยากใช้ HDD ตัวใหญ่กว่านี้ และขยันสอยกว่านี้ ก็ไม่ผิดกติกาครับ)

(พรุ่งนี้จะมาเขียนต่อ วิธีที่ 2 นะครับ)


โอม…หมุนๆๆ แล้วเปิดโปรแกรมด้วย Sapiens

มิถุนายน 24, 2008

วันก่อนผมแนะนำโปรแกรม launcher เปิดโปรแกรมอย่าง quicksilver ไป น่าจะถูกใจคอสิงห์นักพิมพ์มือไว

วันนี้เลยจะมาแนะนำโปรแกรม launcher อีกตัวที่มีชื่อว่า Sapiens
การเปิดโปรแกรมของ Sapiens ออกจะแปลกกว่า quicksilver ตรงที่ว่าใช้การหมุนๆ เม้าส์เป็นวงกลมเพื่อ activate การทำงานแทนครับ (คลิกเพื่อดาวน์โหลดได้เลยครับ)

ดังนั้นตัวโปรแกรม Sapiens จึงต้องอาศัยเวลาประมาณ 2-3 วัน ในการเก็บข้อมูลเพื่อนำมาคำนวนการเดาโปรแกรมที่เราต้องการจะเปิด จากรูปจะเห็นว่า สมองกลของ Sapiens จะค่อยเจริญเติบโตจากลิง…ไปเป็น…คน จากคน…จนไปถึงขั้น…มนุษย์ต่างดาวเลย…อุอุ

สม�งกลข�ง Sapiens

หลักการทำงานของ Sapiens มาจากแนวคิดที่ว่า ในบรรดาโปรแกรมที่เราๆ ลงกันอยู่ในเครื่องนี้ ที่ใช้กันบ่อยๆ และจริงๆ มีเพียงไม่ถึง 10 โปรแกรม Sapiens จึงอาศัยหลักนี้ในการคำนวนและดึงเอาโปรแกรมที่เราใช้บ่อยๆ ออกมาให้เราเลือก

แต่ไอ้การหมุนๆ เป็นวงกลมนี่แหละ บางทีทำให้เกิดปัญหาหมุนติดบ้างไม่ติดบ้าง เราสามารถเข้าไปตั้งให้การหมุนวงกลมติดง่ายขึ้นโดย กดที่เครื่องหมายเครื่องมือใต้วงกลมของ Sapiens เลือกหัวข้อ Activation แล้วดันแทบไปทางซ้ายมือสุด Sensitivity ทีนี้​โปรแกรมจะจับการหมุนวงกลมของเราได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ดีบางคนที่ไม่ถนัดการหมุน อาจจะใช้วิธี Activate โดย Keyboard ได้อีกด้วย เช่น ตั้งที่หัวด้านล่างลงมาว่า ให้ Activate โดย กดปุ่ม Control ติดๆ กัน 2 ที

แต่ในขณะเดียวกันบางคนอาจจะเจอปัญหาหมุนวงกลมแล้วติดง่ายเกินไป หรือไม่ก็ติดแบบไม่ได้ตั้งใจแทน อย่างเช่น เวลาทำงานไป บางคนอาจจะติดหมุนเม้าส์เล่นๆ เป็นวงกลม ดันกลายเป็นการเปิดโปรแกรมไปซะงั้น

หรือยกตัวอย่างสดๆ จากเหตุการณ์จริงที่ออฟฟิตผมบ่ายวันนี้ มีพี่กราฟฟิคที่เขานั่งข้างๆ นี้เอาโปรแกรมนี้ไปเล่น พอถึงเวลาเจ้านายมาตรวจงาน คุณเจ้านายเขาตรวจๆ แล้วหมุนเม้าส์เป็นวงกลมๆ ตรงจุดที่จะอยากให้แก้ เท่านั้นแหละ Sapiens ติดเข้าให้…จ๊าก…ตกใจปล่อยเม้าส์แทบไม่ทัน – -‘

ยังดีที่เจ้าของโปรแกรมรู้ทันปัญหานี้ครับ เลยออกแบบให้มี option ที่สามารถปิดไม่ให้ระบบหมุนๆ ทำงาน เวลาเราเปิดบ้างโปรแกรมไว้ด้านหน้าสุด เราสามารถเข้าไปตั้งค่านี้โดย เลือกเครื่องหมายเครื่องมือใต้วงกลมของ Sapiens แล้วเข้าไปแทบ Activation แล้วก็เข้าไปตรง Advanced Settings… ให้กดเครื่องหมายบวก เพื่อเพิ่มโปรแกรมที่เราอยากจะให้ยกเว้นการจับการหมุนของเม้าส์ครับ

ยังไม่จบครับ … ที่นี้บางคนเพิ่มจะลงโปรแกรมนี้ไปตอนแรก อาจจะมีคำถามว่า อ้าว … ถ้าเกิดเวลาเราเปิดเจ้า Sapiens มาแล้วแต่มันดันสมองน้อยไม่ได้ดึงโปรแกรมที่เราจะเปิดขึ้นมา เราจะทำยังไงดี

ทางผู้ผลิต ก็ยังใจดี คิดดักไว้ให้ล่วงหน้า โดยมี option การ key-in การพิมพ์เพื่อเปิดโปรแกรม เหมือนกับของ Quicksilver มาให้ด้วย ยกตัวอย่างว่า ผมอยากจะเปิดโปรแกรม text editor แค่ผมพิมพ์คำว่า te… ลงไป​ เจ้า Sapiens ก็รู้ใจดันเอา text editor ขึ้นมาให้เลือกเลยครับ

เป็นยังไงกันบ้างครับ หวังว่าคงจะสนุกกับการเปิดโปรแกรมบนแมคกันมาขึ้นนะครับ … เด๋วขอตัวไปหมุนๆ ก่อนนะครับ … อิอิ


[นอกเรื่อง] ยังไม่ได้หายไปไหน แต่ …

มิถุนายน 23, 2008

เหะเหะ… เพิ่งจะรู้ว่า bank’s tip จะมีแฟนพันธุ์แท้ติดตามกะเค้าด้วย หายไป 3 วัน มีคนเขียนอีเมล์มาตามให้เขียนต่อด้วย … ขอบคุณนะครับ … อิอิ

ความจริง ยังไม่ได้เลืกเขียน หรือ หายไปไหน เพียงแต่เสาร์-อาทิตย์ ติดทั้งงานราษฎร์ งานหลวง (พาที่บ้านไปทำธุระ กะพาคุณแฟนไปเที่ยว) กลับมาบ้านเลยง่วง ว่าจะหลับซักแป๊บ แล้วจะตื่นขึ้นมาเขียน แต่ดันหลับยาวไปถึงเช้าอีกวันหนึ่งเลย – -‘