แนะนำเพลงน่าฟัง RED CLIFF ~心・戦~

ตุลาคม 17, 2008

พอดีว่า ส่วนตัวชอบ สามก๊ก เป็นทุนอยู่แล้ว + ล่าสุดติดใจกับหนังโรง สามก๊ก ศึกผาแดง (ขอใช้ชื่อศึกผาแดง แทน เนื่องจากไม่ค่อยชอบชื่อที่ทางสหฯ แปลไว้ ~ Red Cliff = โจโฉแตกทัพเรือ ตรงไหน ?) ซึ่งมี John woo เป็นผู้กำกับ (ส่วนตัวชอบผู้กำกับตั้งแต่เรื่อง face off ด้วย . . . อิอิ)

ที่เอ่ยถึงตัวหนัง เพราะจะพูดถึงเพลงประกอบของหนังเรื่องนี้แหละ ชื่อเพลงก็เหมือนชื่อหนัง 心・戦 ~RED CLIFF~ หรือเวอร์ชั่นญี่ปุ่นเขียนกลับกันเป็น RED CLIFF ~心・戦~ ร้องโดย Alan นักร้องชาวจีน แต่ดันไปดังที่ญี่ปุ่น ~ นอกเรื่องนิด Alan นี่เคยเป็น Artist of the month ของ iTunes Store แถม Apple ยังเคยจับเอา Single แรกของเธอมาเป็น Single of the week (ผมรู้จักเธอก็จากการโหลดฟรีนี้แล ^ ^’)

ตัวเพลงออกแนวหลอนๆ เคล้ากับเสียงหวานๆ ของเธอ + กับการบรรเลงของเครื่องสาย เพลงเลยออกมามีเสน่ห์แบบแปลกๆ ใครที่ชอบแนวเพลงสไตล์หลอนตะวันตก อย่าง enya ไม่ควรพลาดครับ

ถ้าอยากจะโหลดเสียงหวานๆ ของเธอไปลองฟัง ก็ กดตรงนี้ เบาๆ นะครับ

Advertisements

[นอกเรื่อง] มาดมแก๊สกันต่อ… 2

กรกฎาคม 3, 2008

วันรุ่งขึ้นเป็นวันจันทร์ ก็จัดการเดินรถไปขนส่ง เพื่อแจ้งเปลี่ยนประเภทเชื้อเพลิงในทะเบียนรถ (ถ้าไม่แจ้ง แล้วโดนจับ จะเสียค่าปรับประมาณ 2 พันบาทเห็นจะได้) ไปถึงกรมขนส่งตั้งแต่ 9 โมง (ตั้งใจจะไปเช้ากว่านี้ แต่บังเอิญมัวแต่ชิลๆ + แวะกินข้าว)

เลยเจอปัญหาดังรูป รถต่อคิวกันยาวเชียว เห็นหัวขบวนอยู่ไกลๆ (ว่าจะถ่ายตอนที่ตรวจสภาพด้วย แต่เจ้าหน้าที่มันมองตาขวางๆ เหมือนว่า จะถ่ายรูปมันไปทำไม+พูดจาไม่รับประทาน ถามอะไรก็ไม่ตอบ ตรวจเสร็จก็ไล่ให้ไปหาที่จอด (พูดแบบมันรู้เรื่องอยู่คนเดียว) สุดท้ายเลยไม่ได้ถ่ายอะไรมาเลย

กว่าธุระจะเสร็จ ก็ปาไป 11 โมง (เทพๆ ทำงานกันทั้งนั้นเลย – -‘)


[นอกเรื่อง] มาดมแก๊สกันต่อ…

กรกฎาคม 1, 2008

อ่านเรื่องแก็สมาตอนหนึ่งแล้วมาเจอเรื่องเกี่ยวกับแก็สต่อกันอีกตอน บางคนอาจจะนึกว่า ผมคงเลิกเขียนทิปเกี่ยวกับแมคไปซะแล้ว

ขอบอกว่า ยังครับ …. เพียงแต่ว่า … ยังไม่หายเห่อกับ รถติดแก็ส ครับ คงต้องทนอ่านเรื่องแก็สไปอีกหลายวัน … อุอุ

สรุป เรามาดมแก็สกันต่อดีกว่านะครับ …. อิอิ

รุ่งขึ้นจากวันศุกร์ (ผมเขียนอัพเดจช้าไปประมาณ 2 วัน) เอารถไปเปลี่ยนน้ำมัน หลังจากที่ถามได้ความจากพ่อว่า ไม่ได้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องมาเกือบๆ ครึ่งปี (คาดว่า ลากเกินหมื่นโลไปแล้ว -_-‘) ไปถึงร้านขายอุปกรณ์รถยนต์เกือบพอดีกับที่ร้านจะเปิดนิดหนึ่ง คนไม่ค่อยเยอะเลยมีเวลาเลือก หลายๆ ยี่ห้อ หลายๆ แบบ จนไปสะดุดตาโลโก้ NGV บน Semi Synthetic ของ ปตท. (พลังไทยเพื่อ….. – -‘)

ตัวฉลากบอกเลยว่า สำหรับรถที่ติดแก็สโดยเฉพาะ รวมๆ กับสอบถามจากคนขาย ได้ความว่า จริงๆ แล้วไม่ค่อยต่างจาก Semi Synthetic เท่าไร เพียงแต่ผลิตมาให้รับกับเครื่องยนต์ที่ทำงานหนัก เพราะกินแก็สเป็นอาหาร ตัวน้ำมันทนการระเหยเพราะความร้อนสูง เลยเอาวะ … ลองของใหม่เลย ราคา 450 บาท แพงกว่าแบบปกตินิดหนึ่ง รวมๆ กับ ไส้กรองอีก 80 บาท จ่ายเงินเสร็จแล้วก็หันหัวรถไปอู่ให้ช่วยเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเลย (อู่เป็นของคนที่รู้จักกับพ่อผมเองครับ เลยช่วยค่าแรงในราคากันเอง)

พอเปลี่ยนน้ำมันไปได้พัก เห็นเลยว่า น้ำมันเครื่องออกมา ดำปิ๊บๆ แถมช่างที่เปลี่ยนบอกว่า น้ำมันเครื่องซึมออกมาก้นเครื่องด้วย -___-‘  (กำ … ไม่รู้ว่า เป็นเพราะ ที่บ้าพลังเหยียบไป 170 กม./ชั่วโมง เมื่อวันก่อนหรือปล่าว หรือว่า แผลเก่าน้ำมันเครื่องซึมเมื่อปีที่แล้วหว่า … น้องๆ ที่กำลังจะเปลี่ยนรถเป็นแก็ส ไม่ควรเอาเป็นตัวอย่างนะครับ)

เมื่อเอามาลองวิ่ง รู้สึกได้ทันทีเลย ว่าเครื่องยนต์ทำงานโหลดน้อยลง (แน่ซิ น้ำมันเก่าดำซะขนาดนั้น) เสียงเครื่องยนต์เงียบลงไปเยอะเลยครับ

จบวันที่ 2 วิ่งไป 162 กม. หมดแก็สไป 14.9 ลิตร หมดตังค์ค่าเติมไป 165 บาท ตกกิโลเมตรละบาท


[นอกเรื่อง] เติมน้ำมันทีอยากจะเป็นลม…หนีไปดมแก๊สดีกว่า

มิถุนายน 30, 2008

หายไป 2-3 วัน แบบว่า แอบหนีไปติดแก็สมาครับ เลยค้างเรื่องเกี่ยวกับ format ของ HDD ไว้ ตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสก่อน ก็เลยขอยกยอดเอาไว้ก่อน เพื่อที่จะได้เขียนถึงประเด็นร้อนเรื่องติดแก็สครับ แบบว่า เจ้าของรถมันยังเห่ออยู่ (แต่นี่มันเว็บแมคทิปไม่ใช่หรอ ?)

เมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากที่คิดหนัก นอนเอาตีนก่ายหน้าผาก นั่งก็เอามาก่ายหน้าผาก ทำใจมาเป็นอาทิตย์ ตัดสินใจไม่ถูกว่า ติดดี ไม่ติดดี ติด LPG ดี หรือ NGV ดีหว่า ติดระบบหัวฉีด หรือ Mixer ดีหน้อ ติดอู่ไหนดีหว่า ยี่ห้อไหนดีเน้อ ปวดขมับ คัดจมูก น้ำมูกไหล วิงเวียน คันศีรษะ ทาถูๆ ทำงานบ้าง อู้งานบ้าง คิดไปเรื่อย ถ้าเป็นเจ้านายเอง คงอยากจะเดินมาตบกะบาลให้แยกเป็น 4 ส่วนเท่าๆัน

สุดท้ายก็ตกลงตัดใจเอารถคู่ใจไปติดแก็สเสียที ตัดสินใจฟันธงแบบไม่ต้องเอาหมอรักษ์ หรือหมอหยองมาฟันธง เอาเป็น LPG แบบหัวฉีดเนี่ยแหละ แถมบังเอิญพี่ชายแฟนเพิ่งจะเอารถไปติด ร้านที่อยู่แถวๆ ออฟฟิตพอดี ดูจะราคาและสภาพอู่ พอรับ เลยเอาไปทิ้งไว้ที่อู่ไว้ตอนเช้าวันพุธ นั่งรถเมล์เล่นอยู่เกือบๆ 2 วัน บ่ายแก่ๆ วันพฤหัส ที่อู่โทรมาแจ้งว่า เสร็จแล้ว …. เย้ แต่ไปเอารถจริง ตอนสายๆ วันศุกร์

คอมโบแก็สที่ติดตั้งบนรถผมนี่เป็นชุดของเกาหลี อันยองฮาเซโย…อาเฮียนั่งยองยองชักกะเย่อกับพัดลมซันโย (อิอิ) ของ HANA ทั้งชุด ที่เลือกเพราะว่า ซีรีย์หนังเกาหลีทางช่อง 7 อย่าง คอฟฟิี่ปริ้นส์ กะ ยายแม่มด กำลังมาแรง…เอ้ย… ไม่ใช่เว้ย เพราะว่า รถที่ใช้อยู่ เป็น TOYOTA ซึ่งเป็นรถญี่ปุ่นต่างหาก เลยกะว่า น่าจะเข้ากับอุปกรณ์ของเกาหลีได้มากกว่า ยี่ห้อ V ยี่ห้อ A ของไอ้เลี่ยน (แอบไม่ชอบอิตาลี เพราะเล่นอุด เอามาติดรถเราคงไม่ลื่นไหล ตกรอบยูโรไปซะได้ก็ดี … อิอิ)

ทั้งระบบของแก็สมาจากเกาหลีหมดเลย
(ด้านบนสุดจะเห็นกรองแก็สกับหม้อต้มของ HANA อยู่
ที่ครอบลงไปบนหัวฉีดเป็นหัวจ่ายของ HANA เช่นกัน)
ยกเว้นถังแก็สมัลติวาร์วที่เป็นของสยามมิตรไทยแลนด์

ไปถึงอู่ยังใช้แก็สกับรถไม่ได้เลย เพราะที่อู่ติดแก็สให้จริงๆ คือ ติดอย่างเดียว ไม่ได้เติมให้ ต้องขับไปเติมเอง ที่ปั้มในซอยอ่อนนุช พร้อมแถมเด็กที่อู่นั่งไปด้วยอีกหนึ่งคน (กันเราเบี้ยวขับรถหนีไปเลย) เติมแก็สเต็มถังตกราวๆ 500 กว่าบาท (ถังเป็นแบบ 58 ลิตร เติมเต็มได้ประมาณ 50 ลิตร เพราะหัววาร์วจะตัดไม่ให้ติดมากกว่านี้ เพื่อความปลอดภัย ส่วนค่าแก็สเทียบเป็นน้ำมัน คงตกเกือบๆ 2 พัน เจ้าของรถคงได้ช็อคตายคาหัวจ่าย) หลังจากนั้นก็กลับมาทำการจูนระบบที่อู่ โดยเจ้าของอู่ คุณหนึ่งเป็นคนลงมือจูนเองเลย

จะเห็นว่าเครื่องมือจูนวางอยู่บนหัวฉีดรถโตโยต้าผมนะ

ใช้เวลาจูน+ไล่เช็คฟองอากาศรั่วของแก็สประมาณครึ่งชั่วโมงก็เรียบร้อย
รอวิศวกรมาตรวจสอบ รวมออกใบอนุญาติ ก็เกือบๆ บ่าย ก็ได้ฤกษ์เอารถออกไปซิ่งซะที

วิ่งออกทางพระราม 9 ไปทางสนามบินสุวรรณภูมิ ความประทับใจแรก อัตราเร่งแทบจะไม่แตกต่างเลย เร่งความเร็วสูงสุดขึ้นไปได้เกือบๆ 170 กิโลเมตร (มารู้เอาตอนหลังว่า จริงๆ ไม่ควร เพราะเครื่องยนต์จะทำงานหนักมากๆ – -‘) สรุปวันแรกที่ได้รถมาประทับใจ มันเยี่ยมมากๆ เลยจอร์จ