แนะนำเพลงน่าฟัง RED CLIFF ~心・戦~

ตุลาคม 17, 2008

พอดีว่า ส่วนตัวชอบ สามก๊ก เป็นทุนอยู่แล้ว + ล่าสุดติดใจกับหนังโรง สามก๊ก ศึกผาแดง (ขอใช้ชื่อศึกผาแดง แทน เนื่องจากไม่ค่อยชอบชื่อที่ทางสหฯ แปลไว้ ~ Red Cliff = โจโฉแตกทัพเรือ ตรงไหน ?) ซึ่งมี John woo เป็นผู้กำกับ (ส่วนตัวชอบผู้กำกับตั้งแต่เรื่อง face off ด้วย . . . อิอิ)

ที่เอ่ยถึงตัวหนัง เพราะจะพูดถึงเพลงประกอบของหนังเรื่องนี้แหละ ชื่อเพลงก็เหมือนชื่อหนัง 心・戦 ~RED CLIFF~ หรือเวอร์ชั่นญี่ปุ่นเขียนกลับกันเป็น RED CLIFF ~心・戦~ ร้องโดย Alan นักร้องชาวจีน แต่ดันไปดังที่ญี่ปุ่น ~ นอกเรื่องนิด Alan นี่เคยเป็น Artist of the month ของ iTunes Store แถม Apple ยังเคยจับเอา Single แรกของเธอมาเป็น Single of the week (ผมรู้จักเธอก็จากการโหลดฟรีนี้แล ^ ^’)

ตัวเพลงออกแนวหลอนๆ เคล้ากับเสียงหวานๆ ของเธอ + กับการบรรเลงของเครื่องสาย เพลงเลยออกมามีเสน่ห์แบบแปลกๆ ใครที่ชอบแนวเพลงสไตล์หลอนตะวันตก อย่าง enya ไม่ควรพลาดครับ

ถ้าอยากจะโหลดเสียงหวานๆ ของเธอไปลองฟัง ก็ กดตรงนี้ เบาๆ นะครับ


nano-chromatic

กันยายน 18, 2008

เหอะๆ ช่วงนี้ไม่ได้เข้ามาเขียน blog เป็นเดือนเลยทีเดียว
พอได้เรื่องไร้สาระ ก็เลยรีบเข้ามาเขียน

วันนี้เกิดครึมอกครึมใจ หลังจากดู TVC ชุด nano-chromatic ของ Apple เลยไปตะเวนหาเพลงตามปกที่มันโชว์อยู่ตามหน้าจอ nano หลากสี กว่าจะได้ครบเล่น เอาเหนื่อยอยู่เหมือนกัน (Apple เปิดตัว iPod ชุดนี้ได้ราวๆ สัปดาห์หนึ่งพอดี)

เพลงที่ว่า ก็มีตามนี้แล

Morning Yearning – Ben Harper – Both Sides of the Gun
D.A.N.C.E – Justice – D.A.N.C.E. EP
Stronger – Kanye West – Graduation
You’re Beautiful – James Blunt – Back to Bedlam
Sunshine – Matt Costa – Song We Sing
The Girls – Calvin harris – I created Disco
Fa-Fa-Fa – Datarock – Datarock Datarock
C’mere – Interpol – Antics
Plenty of Music – New York Dolls – One day it will please us to remember

( เรียงตาม : ชื่อเพลง – ศิลปิน – อัลบั้ม )

แถมท้ายด้วยเพลงที่ใช้ประกอบใน TVC

Bruises – Chairlift – Does you inspire you

รวมเอาไว้ให้โหลดกันไปฟังง่ายๆ ตรงนี้เลย


รีวิว : Super Monkey Ball [iPhone]

สิงหาคม 13, 2008

ได้แรงบันดาลใจอย่างแรงในการอัพเดต iPhone firmware 2.0 ก็มาจากเกมส์นี่แหละ
เลยคันไม้คันมือ อยากจะเขียนรีวิว แบบเล่าสู่กันฟัง (ขออนุญาติท่านเว็บมอนสเตอร์นะครับ)
เผื่อว่า จะยั่วน้ำลายให้คนที่ยังใช้ firmware 1.x กว่าๆ อัพตามๆ กันมา

ขอแบ่งการรีวิวออกเป็น 4 ส่วน ตามนี้นะครับ

1. Graphic 10/10

ถ้าจะพูดว่า super monkeyball เป็นเกมส์ที่ออกมาคู่บารมี firmware 2.0 ก็คงจะไม่เกินไป เพราะไม่ว่าจะตั้งแต่เมื่อตอนประกาศการพัฒนา app ของ firmware 2.0 จนกระทั่งว่า เริ่มจำหน่ายบน appstore Apple ก็เอา super monkey ball มาโปรโมทเป็น app เชิดหน้าชูตา

อีกทั้งยังเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายๆ คนที่ยอมอัพมาเป็น 2.0 (อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่งแหละ)
ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะกราฟฟิคที่ใช้ความสามารถของ core animation และ character น่ารักของเกมส์นี้

ถึงแม้จะยังดูเหมือนว่า กราฟฟิคของเกมส์ยังดูง่ายๆ และยังสามารถพัฒนาขึ้นได้อีก แต่เมื่อเทียบกับเกมส์อื่นๆ ที่เพิ่งจะออกจำหน่ายบน AppStore เรียกว่า ดีเลยทีเดียว สามารถเอาไปเทียบกับกราฟฟิคเกมส์ console แบบมือถือตัวอื่นๆ อย่าง PSP หรือ NDS ได้สบายๆ (ให้ความรู้สึกว่า เป็นภาพเกมส์ระบบ Console จริงๆ) ผมคิดว่า คงไม่เกินไปที่จะให้เต็ม 10 ครับ

2. Sound 9.5/10

เนื่องจาก เพิ่งได้ลองเล่น ราวๆ ชั่วโมงหนึ่ง อีกทั้งยังเล่นผ่านไปได้ไม่ไกล เลยขออนุญาติรีวิว เฉพาะเท่าที่ได้เล่นนะครับ เสียงดนตรี background ทำออกมาได้ น่ารัก สดใส  ชวนเล่นมาก (อาจจะได้อนิสงค์มาจากการพอร์ตจากเครื่อง console – แต่ตัวผมเองไม่มีโอกาสได้เล่นบนเวอร์ชั่นเครื่อง console) ดนตรีประกอบ loop  ต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด (บางเกมส์ที่ไม่ค่อยใส่ใจรายละเอียด มักจะปล่อยให้มีช่วงสะดุดตอนที่ loop  ทำให้อารมณ์สะดุดเพราะไอ้ช่วงที่เสียงว่างๆ ได้)  นอกจากนี้ sound fx ออกมา ทำให้ได้อารมณ์ร่วมจริงๆ ยิ่งใส่หูฟังเข้าไปด้วย แทบจะลุ้นตามทุกทีที่เจ้าลิงน้อยจะตกเหว (น้องลิงมันจะร้อง ง้าวๆ เหมือนจะหล่นซะให้ได้เสียจริงๆ)

3. Game play 8 / 10

ดูเหมือนเกมส์นี้เกิดมาเพื่อ iPhone เลยก็ว่าได้ เนื่องจากการควบคุมในเกมส์ใช้ความสามารถของ Accelerometer  ของ iPhone ออกมาได้เต็มที่ แถมการบังคับทำออกมาได้อย่างลื่นไหล เหมือนกับเรากำลังกลิ้งลูกกลิ้งอยู่บนถาดเลยทีเดียว แต่ก็สร้างความลำบากใจให้กับผมไม่น้อย ตอนเริ่มแรกเล่น ตั้งอาศัยเวลาซักพักถึงจะบังคับเข้าที่เข้าทาง


ปัญหาการบังคับอย่างหนึ่งที่ผมเจอกับตัวเองคือ สายหูฟังที่อยู่ทางด้านซ้ายมือ มันจะไปเกะกะมือเราเวลาเล่น

กับไอ้เจ้าตัว Accelerometer ที่ ทำให้การบังคับมี ข้อจำกัด บังคับว่าผู้เล่นต้องนั่งหรือยืนในท่าที่เหมาะสม ครั่นจะนอน(หงาย)เล่น ไม่ได้เลยครับ อีกทั้งมือต้องนิ่งพอสมควรเลย (สำหรับด่านยากๆ )  ดังนั้นจึงไม่ค่อยเหมาะกับคนที่กินเหล้า สูบบุหรี่จัดๆ นะครับ ;b

ส่วนระดับความยากง่ายของเกมส์ทำออกมาได้โหดใช้ได้เลยทีเดียว แบบว่า แค่ด่านแรกๆ บางด่านยังต้องตั้งใจเล่นถึงจะผ่านเลยทีเดียว ความเห็นส่วนตัวผม รู้สีกว่า Sega เอาด่านยากๆ บางด่านออกมาไว้ต้นๆ เกินไป อาจจะทำให้คนเล่นที่ไม่ชำนาญ พลาดเบื่อไปเสียก่อน

4. Value of Money 8/10

ทาง Sega ได้ตั้งค่าตัว super monkey ball ไว้ที่ 9.99 U$ ตกแล้วก็ราวๆ 340 บาท เมื่อเทียบกับ ราคาเกมส์ console เรียกว่า ไม่แพงเลยทีเดียว เพียงแต่ว่า ไม่มีกล่อง คู่มือ สีสวยมาให้ด้วยนี่ซิ ดังนั้นส่วนตัวว่า ราคาน่าจะลดอีกซักนิดเป็น 5~8 U$

5. Overall 9/10

สรุปว่า Super Monkey Ball เป็นเกมส์ที่สามัญประจำเครื่องที่ชาว iPhone ไม่ควรพลาด ถึงแม้ว่า จะไม่ใช่คอเกมส์ครับ

ปล. สำหรับ version ที่มาพร้อมกับยาแก้ไอ สามารถติดต่อขอรับได้ที่นี่ครับ


iPhone firmware 2.0.1

สิงหาคม 12, 2008

เหอะๆ …. ในที่สุดก็อดใจไม่ไหว อัพเดจไปจนได้
ผมอัพเดจจาก 1.1.4 ไปยัง 2.0.1 โดยใช้วิธีทำ custom firmware ด้วย PwnageTool (หรือที่หลายๆคนในเน็ต ชอบเรียกว่า โปรแกรมสัปปะรด

หลังจากสิบนาทีแห่งการรอคอยอันแสนนาน iPhone ผมก็ได้เดินทางมาถึงเวอร์ชั่น 2.0.1
เสร็จแล้วเลยรีบจัดแจกโหลดเกมส์ Monkey ball ที่อยากเล่นลง iPhone ทันทีเลย (อันนี้แทบจะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ผมยอมอัพเดต 2.0.1

หลักจากที่ลองเล่นได้พักหนึ่ง ยอมรับว่า แรกๆ มันก็สนุกดีอยู่หรอก แต่พอผ่านไปซัก 6 ฉาก

โอ …. แทบจะลืมตัวโยนเครื่องทิ้งเลยล่ะ เพราะยากมาก (หรือว่า ผมแก่เกินวัยกว่า)

ส่วนอื่นๆ ที่แรกประทับใจบน 2.0.1 นี่ เห็นจะเป็นโปรแกรม mail ที่สามารถอ่านไฟล์ powerpoint ได้แล้ว และทำให้ผมทำงานสะดวกขึ้น เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ชอบส่งอีเมล์มาเป็น powerpoint

กับ Contact ใน Phone ที่เราสามารถ search ชื่อได้

แต่มีจุดดี ก็ต้องมีเสีย ผมต้องยอมเสียบางอย่างใน 1.1.4 ไปหลายตัวอยู่เหมือนกัน เช่น  keyboard ไทย,  Mobile chat, ธีม ไอคอน  แถม Installer ยังใช้ไม่ได้อีก T-T

เอาหน่า …. คนเราต้องเดินหน้า จะอยู่กับ 1.1.4 อย่างเดียวได้ไง ใช่ม้า~~~

สำหรับเพื่อนๆ ร่วมออฟฟิตที่สนใจอยากจะตามมาใช้ ตอนนี้ท่านสามารถมาอัพเดตได้ที่ผมแล้วนะครับ



เฮ้ย!! iPhone 3G ถูกไม่จริงนิหว่า !?

กรกฎาคม 4, 2008

(จาก ilounge.com) ตามที่ Apple เคยประกาศข่าวถล่มราคา iPhone 3G ที่จะออกมาใหม่ในวันที่ 11 กค. ที่จะถึงนี้ว่าจะมีราคาเพียงแค่ $199 (ประมาณ 6,000 กว่า บาท) ล่าสุดทาง AT&T ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม สำหรับราคา iPhone 3G ใน USA แล้ว

โดยรุ่น 8GB จะมีราคา $199 และรุ่น 16GB จะมีราคา $299 (ประมาณ 10,000 บาท) แต่……

ราคาที่ว่านั้นน่ะ … เฉพาะสำหรับคนที่เคยซื้อ iPhone ก่อนวันที่ 11 กรกฎาคม และจะต้องต่อสัญญาใหม่กับ AT&Tเป็นเวลา 2 ปี หรือเป็นคนที่ได้รับสิทธิ์ส่วนลดในการอัพเกรดเท่านั้น (คาดว่า น่าจะหมายถึง ลูกค้าเก่าของ AT&T แต่ไม่ได้ใช้ iPhone)

สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์ส่วนลด และจะเปิดสัญญาใหม่เป็นเวลาสองปี จะซื้อรุ่น 8GB ได้ในราคา $399 (13,300 บาท) และรุ่น 16GB ราคา $499 (16,600 บาท) ซึ่งก็เท่ากับราคาของ iPhone รุ่นแรกนั่นแหละ

สรุป ถ้าเข้าเมืองไทยจริง ราคาคงยังเท่าเดิม แถมอาจจะแพงกว่า รุ่นแรกอีก …. อุอุ

อ้างอิงจาก :iPhone 3G $399-$699 U.S. price options, 8AM launch announced


[นอกเรื่อง] มาดมแก๊สกันต่อ… 2

กรกฎาคม 3, 2008

วันรุ่งขึ้นเป็นวันจันทร์ ก็จัดการเดินรถไปขนส่ง เพื่อแจ้งเปลี่ยนประเภทเชื้อเพลิงในทะเบียนรถ (ถ้าไม่แจ้ง แล้วโดนจับ จะเสียค่าปรับประมาณ 2 พันบาทเห็นจะได้) ไปถึงกรมขนส่งตั้งแต่ 9 โมง (ตั้งใจจะไปเช้ากว่านี้ แต่บังเอิญมัวแต่ชิลๆ + แวะกินข้าว)

เลยเจอปัญหาดังรูป รถต่อคิวกันยาวเชียว เห็นหัวขบวนอยู่ไกลๆ (ว่าจะถ่ายตอนที่ตรวจสภาพด้วย แต่เจ้าหน้าที่มันมองตาขวางๆ เหมือนว่า จะถ่ายรูปมันไปทำไม+พูดจาไม่รับประทาน ถามอะไรก็ไม่ตอบ ตรวจเสร็จก็ไล่ให้ไปหาที่จอด (พูดแบบมันรู้เรื่องอยู่คนเดียว) สุดท้ายเลยไม่ได้ถ่ายอะไรมาเลย

กว่าธุระจะเสร็จ ก็ปาไป 11 โมง (เทพๆ ทำงานกันทั้งนั้นเลย – -’)


[นอกเรื่อง] มาดมแก๊สกันต่อ…

กรกฎาคม 1, 2008

อ่านเรื่องแก็สมาตอนหนึ่งแล้วมาเจอเรื่องเกี่ยวกับแก็สต่อกันอีกตอน บางคนอาจจะนึกว่า ผมคงเลิกเขียนทิปเกี่ยวกับแมคไปซะแล้ว

ขอบอกว่า ยังครับ …. เพียงแต่ว่า … ยังไม่หายเห่อกับ รถติดแก็ส ครับ คงต้องทนอ่านเรื่องแก็สไปอีกหลายวัน … อุอุ

สรุป เรามาดมแก็สกันต่อดีกว่านะครับ …. อิอิ

รุ่งขึ้นจากวันศุกร์ (ผมเขียนอัพเดจช้าไปประมาณ 2 วัน) เอารถไปเปลี่ยนน้ำมัน หลังจากที่ถามได้ความจากพ่อว่า ไม่ได้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องมาเกือบๆ ครึ่งปี (คาดว่า ลากเกินหมื่นโลไปแล้ว -_-’) ไปถึงร้านขายอุปกรณ์รถยนต์เกือบพอดีกับที่ร้านจะเปิดนิดหนึ่ง คนไม่ค่อยเยอะเลยมีเวลาเลือก หลายๆ ยี่ห้อ หลายๆ แบบ จนไปสะดุดตาโลโก้ NGV บน Semi Synthetic ของ ปตท. (พลังไทยเพื่อ….. – -’)

ตัวฉลากบอกเลยว่า สำหรับรถที่ติดแก็สโดยเฉพาะ รวมๆ กับสอบถามจากคนขาย ได้ความว่า จริงๆ แล้วไม่ค่อยต่างจาก Semi Synthetic เท่าไร เพียงแต่ผลิตมาให้รับกับเครื่องยนต์ที่ทำงานหนัก เพราะกินแก็สเป็นอาหาร ตัวน้ำมันทนการระเหยเพราะความร้อนสูง เลยเอาวะ … ลองของใหม่เลย ราคา 450 บาท แพงกว่าแบบปกตินิดหนึ่ง รวมๆ กับ ไส้กรองอีก 80 บาท จ่ายเงินเสร็จแล้วก็หันหัวรถไปอู่ให้ช่วยเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเลย (อู่เป็นของคนที่รู้จักกับพ่อผมเองครับ เลยช่วยค่าแรงในราคากันเอง)

พอเปลี่ยนน้ำมันไปได้พัก เห็นเลยว่า น้ำมันเครื่องออกมา ดำปิ๊บๆ แถมช่างที่เปลี่ยนบอกว่า น้ำมันเครื่องซึมออกมาก้นเครื่องด้วย -___-’  (กำ … ไม่รู้ว่า เป็นเพราะ ที่บ้าพลังเหยียบไป 170 กม./ชั่วโมง เมื่อวันก่อนหรือปล่าว หรือว่า แผลเก่าน้ำมันเครื่องซึมเมื่อปีที่แล้วหว่า … น้องๆ ที่กำลังจะเปลี่ยนรถเป็นแก็ส ไม่ควรเอาเป็นตัวอย่างนะครับ)

เมื่อเอามาลองวิ่ง รู้สึกได้ทันทีเลย ว่าเครื่องยนต์ทำงานโหลดน้อยลง (แน่ซิ น้ำมันเก่าดำซะขนาดนั้น) เสียงเครื่องยนต์เงียบลงไปเยอะเลยครับ

จบวันที่ 2 วิ่งไป 162 กม. หมดแก็สไป 14.9 ลิตร หมดตังค์ค่าเติมไป 165 บาท ตกกิโลเมตรละบาท


[นอกเรื่อง] เติมน้ำมันทีอยากจะเป็นลม…หนีไปดมแก๊สดีกว่า

มิถุนายน 30, 2008

หายไป 2-3 วัน แบบว่า แอบหนีไปติดแก็สมาครับ เลยค้างเรื่องเกี่ยวกับ format ของ HDD ไว้ ตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสก่อน ก็เลยขอยกยอดเอาไว้ก่อน เพื่อที่จะได้เขียนถึงประเด็นร้อนเรื่องติดแก็สครับ แบบว่า เจ้าของรถมันยังเห่ออยู่ (แต่นี่มันเว็บแมคทิปไม่ใช่หรอ ?)

เมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากที่คิดหนัก นอนเอาตีนก่ายหน้าผาก นั่งก็เอามาก่ายหน้าผาก ทำใจมาเป็นอาทิตย์ ตัดสินใจไม่ถูกว่า ติดดี ไม่ติดดี ติด LPG ดี หรือ NGV ดีหว่า ติดระบบหัวฉีด หรือ Mixer ดีหน้อ ติดอู่ไหนดีหว่า ยี่ห้อไหนดีเน้อ ปวดขมับ คัดจมูก น้ำมูกไหล วิงเวียน คันศีรษะ ทาถูๆ ทำงานบ้าง อู้งานบ้าง คิดไปเรื่อย ถ้าเป็นเจ้านายเอง คงอยากจะเดินมาตบกะบาลให้แยกเป็น 4 ส่วนเท่าๆัน

สุดท้ายก็ตกลงตัดใจเอารถคู่ใจไปติดแก็สเสียที ตัดสินใจฟันธงแบบไม่ต้องเอาหมอรักษ์ หรือหมอหยองมาฟันธง เอาเป็น LPG แบบหัวฉีดเนี่ยแหละ แถมบังเอิญพี่ชายแฟนเพิ่งจะเอารถไปติด ร้านที่อยู่แถวๆ ออฟฟิตพอดี ดูจะราคาและสภาพอู่ พอรับ เลยเอาไปทิ้งไว้ที่อู่ไว้ตอนเช้าวันพุธ นั่งรถเมล์เล่นอยู่เกือบๆ 2 วัน บ่ายแก่ๆ วันพฤหัส ที่อู่โทรมาแจ้งว่า เสร็จแล้ว …. เย้ แต่ไปเอารถจริง ตอนสายๆ วันศุกร์

คอมโบแก็สที่ติดตั้งบนรถผมนี่เป็นชุดของเกาหลี อันยองฮาเซโย…อาเฮียนั่งยองยองชักกะเย่อกับพัดลมซันโย (อิอิ) ของ HANA ทั้งชุด ที่เลือกเพราะว่า ซีรีย์หนังเกาหลีทางช่อง 7 อย่าง คอฟฟิี่ปริ้นส์ กะ ยายแม่มด กำลังมาแรง…เอ้ย… ไม่ใช่เว้ย เพราะว่า รถที่ใช้อยู่ เป็น TOYOTA ซึ่งเป็นรถญี่ปุ่นต่างหาก เลยกะว่า น่าจะเข้ากับอุปกรณ์ของเกาหลีได้มากกว่า ยี่ห้อ V ยี่ห้อ A ของไอ้เลี่ยน (แอบไม่ชอบอิตาลี เพราะเล่นอุด เอามาติดรถเราคงไม่ลื่นไหล ตกรอบยูโรไปซะได้ก็ดี … อิอิ)

ทั้งระบบของแก็สมาจากเกาหลีหมดเลย
(ด้านบนสุดจะเห็นกรองแก็สกับหม้อต้มของ HANA อยู่
ที่ครอบลงไปบนหัวฉีดเป็นหัวจ่ายของ HANA เช่นกัน)
ยกเว้นถังแก็สมัลติวาร์วที่เป็นของสยามมิตรไทยแลนด์

ไปถึงอู่ยังใช้แก็สกับรถไม่ได้เลย เพราะที่อู่ติดแก็สให้จริงๆ คือ ติดอย่างเดียว ไม่ได้เติมให้ ต้องขับไปเติมเอง ที่ปั้มในซอยอ่อนนุช พร้อมแถมเด็กที่อู่นั่งไปด้วยอีกหนึ่งคน (กันเราเบี้ยวขับรถหนีไปเลย) เติมแก็สเต็มถังตกราวๆ 500 กว่าบาท (ถังเป็นแบบ 58 ลิตร เติมเต็มได้ประมาณ 50 ลิตร เพราะหัววาร์วจะตัดไม่ให้ติดมากกว่านี้ เพื่อความปลอดภัย ส่วนค่าแก็สเทียบเป็นน้ำมัน คงตกเกือบๆ 2 พัน เจ้าของรถคงได้ช็อคตายคาหัวจ่าย) หลังจากนั้นก็กลับมาทำการจูนระบบที่อู่ โดยเจ้าของอู่ คุณหนึ่งเป็นคนลงมือจูนเองเลย

จะเห็นว่าเครื่องมือจูนวางอยู่บนหัวฉีดรถโตโยต้าผมนะ

ใช้เวลาจูน+ไล่เช็คฟองอากาศรั่วของแก็สประมาณครึ่งชั่วโมงก็เรียบร้อย
รอวิศวกรมาตรวจสอบ รวมออกใบอนุญาติ ก็เกือบๆ บ่าย ก็ได้ฤกษ์เอารถออกไปซิ่งซะที

วิ่งออกทางพระราม 9 ไปทางสนามบินสุวรรณภูมิ ความประทับใจแรก อัตราเร่งแทบจะไม่แตกต่างเลย เร่งความเร็วสูงสุดขึ้นไปได้เกือบๆ 170 กิโลเมตร (มารู้เอาตอนหลังว่า จริงๆ ไม่ควร เพราะเครื่องยนต์จะทำงานหนักมากๆ – -’) สรุปวันแรกที่ได้รถมาประทับใจ มันเยี่ยมมากๆ เลยจอร์จ


Format ของ Harddisk กับปัญหาเพื่อนร่วมโลกคอมพิวเตอร์

มิถุนายน 26, 2008

วันนี้มีน้องที่ออฟฟิคคนหนึ่งเดินหน้าหงุดหงิดมาหาผมที่โต๊ะเลย แล้วบอกว่าเครื่อง PC มองไม่เห็น External Harddisk ตอนแรกไอ้เราก็นึกว่า เกิดเรื่องอีกแล้ว พอร์ต USB ท่าจะเจ๊งอีกแล้ว แต่พอเช็คไป เช็คมา เอ … Harddisk ตัวนี้มันมาจาก OSX นิหน่า ว่าแล้วก็รู้ปัญหาเลยครับ

ปัญหาก็คือ Harddisk ตัวที่ว่านี้ ถูก format เป็นแบบ Mac OSX journal () เลยทำให้ Windows มองไม่เห็น Drive นั้นเอง

เอาล่ะ ทีนี่จะทำยังไงดี ? …. เอาล่ะครับ
เราลองมาดูไอเดียที่จะแก้ไขปัญหาเพื่อนร่วมโลก(คอมพิวเตอร์)นี้เอง
(ต่อไปจะขอย่อคำว่า “Harddisk” ว่า HDD แทนนะครับ)

วิธีแรก Format HDD ให้เป็น Format แบบ FAT 32
วิธีนี้จะเวิร์คแบบสุดๆ ถ้า HDD ของเรามีขนาดไม่ใหญ่มาก ประมาณไม่เกิน 30 GB

ข้อดีคือ ไม่ว่าเราจะเอาไปต่อที่เครื่องคอม ไม่ว่า Windows หรือ Mac ก็จะมองเห็น HDD ตัวนี้ได้โดยทันทีแต่
ข้อเสียคือ เราไม่สามารถที่จะตั้งขนาดของ Drive ได้สูงสุดไม่เกิน 32 GB และไม่สามารถเขียนไฟล์ที่มีขนาดมากกว่า 4 GB ลงไปได้
* กรณีกำหนดขนาด Drive ได้ไม่เกิน 32 GB เราอาจจะแก้ปัญหาได้โดยแบ่งเป็น partition ย่อยๆ อย่างเช่น HDD ขนาด 60 GB เราอาจจะแบ่งมันออกเป็น 2 partition (partition ละ 30 GB) แต่วิธีนี้อาจจะไม่สะดวกนัก ถ้า HDD ใหญ่มากๆ เช่น 1 TB (1000 GB) เราจะต้องแบ่งมันย่อยออกเป็น 1000/30 = ประมาณ 34 partition -___-’

สรุป วิธีนี้จะเวิร์ค ถ้าเราใช้ HDD ที่มีขนาดที่ไม่เกิน 80 GB (ในความคิดผม คือ แบ่ง HDD ออกเป็น 3 partition = 30/30/20 GB แต่ใครอยากใช้ HDD ตัวใหญ่กว่านี้ และขยันสอยกว่านี้ ก็ไม่ผิดกติกาครับ)

(พรุ่งนี้จะมาเขียนต่อ วิธีที่ 2 นะครับ)